จีนส่งรมว.ต่างประเทศเยือนเปียงยางครั้งแรกในรอบ 11 ปี

นายหวัง อี้ รมว.กระทรวงการต่างประเทศของจีน มีกำหนดเยือนกรุงเปียงยางในช่วงกลางสัปดาห์นี้ เพียงไม่กี่วันหลังผู้นำเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ประชุมครั้งสำคัญร่วมกัน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 30 เม.ย. ว่ากระทรวงการต่างประเทศจีนออกแถลงการณ์ว่า นายหวัง อี้ มนตรีแห่งรัฐและรมว.กระทรวงการต่างประเทศ มีกำหนดเยือนกรุงเปียงยางระหว่างวันที่  2-3 พ.ค. นี้ 

ตามคำเชิญของนายรี ยอง-โฮ รมว.กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีเหนือ  โดยนายหวังจะถือเป็นรมว.กระทรวงการต่างประเทศจีนคนแรกในรอบ 11 ปี ซึ่งเยือนเกาหลีเหนืออย่างเป็นทางการ นับตั้งแต่การที่นายหยาง เจียฉือ รมว.กระทรวงการต่างประเทศจีน เข้าพบนายคิม จอง-อิล ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ที่กรุงเปียงยาง เมื่อเดือนมิ.ย. 2550 ทั้งนี้ นายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ เยือนกรุงปักกิ่งเมื่อปลายเดือนมี.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นครั้งแรกด้วย ที่นายคิม จอง-อึน เดินทางออกนอกประเทศอย่างเป็นทางการ นับตั้งแต่รับตำแหน่งผู้นำสูงสุดเมื่อปลายปี 2554 และต่อจากนั้นเพียงเดือนเดียว นายคิม จอง-อึน สร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้นำสูงสุดคนแรกของเกาหลีเหนือ ซึ่งเดินข้ามเส้นแบ่งเขตแดนมายังเกาหลีใต้ เพื่อพบหารือกับประธานาธิบดีมุน แจ-อิน ที่เขตปลอดทหาร เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาด้วย และทั้งสองฝ่ายลงนามร่วมกันในปฏิญญาปันมุนจอม ปูทางสู่การยุติสงครามเกาหลี “อย่างเป็นทางการ” ภายในปีนี้ จากการที่สงครามระหว่างปี 2493 ถึง 2496 สงบศึกด้วย “ข้อตกลงหยุดยิง” ไม่ใช่ “สนธิสัญญาสันติภาพ”

อย่างไรก็ตาม ตามหลักการแล้วการบรรลุสนธิสัญญาสันติภาพบนคาบสมุทรเกาหลี ต้องมีการหารือและร่วมลงนามจากทั้งจีนและสหรัฐ ซึ่งร่วมลงนามในข้อตกลงหยุดยิงเมื่อ 65 ปีที่แล้ว โดยผู้นำเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้เห็นพ้องกัน ว่าจะต้องมีการหารือกับทั้งสองประเทศด้วย

ในเวลาเดียวกัน สำนักข่าวกลางเกาหลี ( เคซีเอ็นเอ )  รายงานว่าเกาหลีเหนือจะเริ่มปรับเวลามาตรฐานให้เท่ากับเกาหลีใต้ ตั้งแต่วันที่ 5 พ.ค. นี้เป็นตลอดไป หลังตลอด 3 ปีที่ผ่านมาเป็นการกำหนดเวลาให้ช้ากว่าของเกาหลีใต้ 30 นาที โดยในตอนนั้นรัฐบาลเปียงยางให้เหตุผลว่า ปี 2558 เป็นวาระครบรอบ 70 ปีการปลดปล่อยคาบสมุทรเกาหลีออกจากการยึดครองของจักรวรรดิญี่ปุ่น และไม่ต้องการให้เกาหลีเหนือใช้เวลาเดียวกับเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับกรุงโตเกียว. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews